การดู “หนัง” ให้อะไรกับเราบ้าง คุณอาจไม่เคยรู้?

การ ดูหนังออนไลน์ มันก็เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ยามว่าง ทำอะไรเสร็จก็มาดูหนัง นางนั้นมีหลากหลายแนวมากไม่ว่าจะเป็นแนว แอคชั่น ผจญภัย สืบสวน ตลกต่างๆ สมัยนี้หนังก็ไม่ได้ฉายแค่ในโรงภาพยนตร์แล้ว แต่ยังสามารถดูได้ทางอินเทอร์เน็ตต่างๆไม่ว่าจะเป็นผ่านเว็บหรือผ่านแอป เรื่องความสะดวกสบายของการดูหนังออนไลน์จึงได้รับความนิยมกันมากขึ้น
“ คุณรู้ไหมว่าเหตุผลอะไรที่ถึงทำให้อยากดูหนังเรื่องนึง ”
บางคนก็อยากดูเพราะ พระเอกหล่อ ผู้กำกับคนนี้เคยทำหนังที่เราชื่นชอบ เป็นหนังภาคต่อที่ติดตามมาตลอด มันมีหลายเหตุผลมากๆที่จะทำให้แต่ละคนนั้นถึงอยากจะดูหนังเรื่องนึง แต่จะให้เหตุผลง่ายๆเลยก็คือ
1. ชื่นชอบในตัวหนัง
2. ติดตามมานานแล้ว
3. ชอบดาราคนนี้มากๆ
4. หนังน่าดูน่าติดตาม
หลายอย่างมากที่ทำให้คนอยากดูหนังเรื่องนึง แต่เหตุผลที่ว่าไปนั้นเป็นข้อหลักๆที่อยากจะดูกัน หนังเป็นเหมือนสิ่งที่เป็นอีกโลกนึงที่ดูไปเรื่องนึงก็เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกนึงแล้ว เคยเป็นหรือเปล่าคะที่ดูหนังไปเดาไปด้วย การทำแบบนี้มันทำให้เรารู้สึกได้สนุกกับตัวหนังได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปมไปกับตัวละครคาดเดาว่ามันจะจบยังไงตอนต่อไปจะเป็นแบบไหน แล้วยิ่งมีเพื่อนมานั่งอยู่ด้วยแล้วก็ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก ในเมื่อสิ่งที่เราคิดมันไม่คาดฝันการที่หนังได้เซอร์ไพรส์หรือทำให้เราประทับใจนั้นเราจะรู้สึก ว๊าว! เป็นอย่างมาก
หลายๆอย่างที่หนังได้ให้กับเราเลยก็ คือ
1. ได้พาเราไปเที่ยวในสถานที่ที่เราไม่เคยไป
เวลาที่เราดูหนังโรแมนติกหรือหนังอะไรก็แล้วแต่ แต่ส่วนมากหนังโรแมนติกจะชอบพาเราไปที่ปารีสถ้าเป็นหนังของฝรั่ง ซึ่งเราไม่เคยไปที่นั่นแต่ก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับปารีสเป็นอย่างมาก มันเป็นสถานที่ที่น่าไปละน่าจะเป็นสถานที่ในฝันของหลายๆคนเลยล่ะค่ะ
2. ได้เป็นแรงบันดาลใจหลายๆอย่าง
บางทีการดูหนังก็ได้สร้างผู้กำกับหน้าใหม่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำหนังได้ดีอย่างหนึ่ง ต้องเรียกว่าเป็นจุดประกายเล็กๆค่ะ ไม่ใช่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องอื่นๆให้กับคนหลายๆคน มันจะมีหนังที่สร้างขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดูโดยเฉพาะก็ทำให้ได้รับพลังหรือแรงบันดาลใจกลับมาเพื่อให้มีชีวิตต่อไปหรือเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นว่าชีวิตยังมีอะไรที่ดีอยู่
3. ได้ความสนุกสนาน
เพราะการดูหนังคือความบันเทิง แน่นอนว่าจะต้องได้รับความสนุกสนานและยังช่วยในเรื่องของการผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากดูเรื่องเครียดนี้ก็จะสนุกอีกแบบ หนังนั้นมีเรื่องที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างมากหลายเรื่องเลย เพราะแบบนี้ไงคะการดูหนังจึงกลายเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบของใครหลายๆคนเลยทีเดียว

4 หนังออนไลน์ ที่ดีตลอดกาล ที่คุณไม่ควรพลาด!!

มี หนังออนไลน์ หลายๆเรื่องที่น่าดูเป็นอย่างมาก ต้องบอกเลยว่ามีหลายสิ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก การที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้การดูภาพยนตร์สักเรื่องในสมัยนี้มันง่ายกว่าแต่ก่อน แต่บอกเลยว่าหนังบางเรื่องนั้นแม้จะเก่าจะแก่ขนาดไหนแต่ก็เป็นหนังดีที่ยังคงคุณค่าเสมอ วันนี้เราจะพามาคุณมารู้จักกับหนังเก่าแก่และดีเหล่านั้น ซึ่งคุณไม่ควรจะพลาดเด็ดขาด
หนังดีตลอดกาลที่คุณไม่ควรพลาด
1. Ratatouille
เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาได้สร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ยกหนูสกปรกๆตัวหนึ่งที่แน่นอนว่าใครก็ต่างพากันรังเกลียดแน่นอน เพราะหนูกับร้านอาหารเป็นของที่ไม่ถูกกันเป็นอย่างมาก แต่หนูในเรื่องนี้เป็นหนูที่มีความฝันที่อยากจะเป็นเชฟ อีกทั้งยังสามารถทำอาหารได้อร่อยกว่ามนุษย์ซะอีก นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วในหนังนี้ อนิเมชั่นด้านกราฟิกก็สวยงามชวนให้น่าติดตามเอามากๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นอนิเมชั่นของเด็กแต่ก็สามารถที่จะดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นอนิเมชั่นที่พลาดไม่ได้อีกเรื่องนึงที่คุณจะต้องดู
2. Iron Man
พูดจากใจเลยว่าเป็นหนังที่เปิดตัวซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดีมากๆอีกเรื่องหนึ่ง แถมยังเป็นเรื่องที่เป็นขวัญใจของหลายๆคนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังควบตำแหน่งคนสำคัญของอาณาจักร Super Hero Marvel อีกด้วย ในเรื่องนั้นได้กล่าวถึงมหาเศรษฐีพันล้านที่ไม่ได้มีพลังวิเศษอะไรแต่พลังวิเศษที่เขามีเลยก็คือความรวยของเขานั่นเอง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็กลายมาเป็นฮีโร่ภายใต้ชุดเกราะเหล็ก ที่ตอนแรกได้สร้างชุดนี้ขึ้นมาเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจเอามากๆ ต้องบอกว่าองค์ประกอบของหนังรวมนักแสดงและอารมณ์ขันของเขาก็ทำให้หนังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
3. The Shawshank Redemption
ประโยคเรียบง่ายที่ลึกซึ้งในหนังแห่งนี้ที่กินใจและปลุกใจ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายเลยก็ คือ
“ความกลัวอาจจองจำเรา แต่ความหวังมอบอิสรภาพให้เรา”
เนื้อเรื่องจะเป็นเกี่ยวกับนายธนาคารที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชู้รักของภรรยา ซึ่งตัวเขานั้นก็เชื่อว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์แต่หลักฐานต่างๆก็กลับชี้มาที่ตัวเขาหมด เพราะแบบนี้จึงทำให้เขาต้องจำคุกตลอดชีวิต
ตลอดเวลาช่วง 19 ปีที่อยู่ในคุกเขาก็ได้พบเจอและเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย รวมถึงการมอบความหวังให้กับคนรอบข้าง และสิ่งสำคัญก็คือการไม่หวังพึ่งในโชคชะตาแต่พยายามทำสิ่งหนึ่งทุกวันโดยไม่รอคอยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นเอง
4. Schindler’s List
หนังสะเทือนอารมณ์เรื่องหนึ่งที่ถ่ายทอดความโหดร้ายของนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างยอดเยี่ยม ที่เป็นผลงานของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ถึงแม้ทางเริ่มจะเป็นภาพสีขาวดำที่ทำให้บรรยากาศของนั้นดูหมองและสลดหดหู่มากขึ้น แล้วยิ่งทำให้สลดเข้าไปอีกในเมื่อใช้สีแดงกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง บอกเลยนะคะว่าไม่ใช่แค่ว่าสลดหดหู่อย่างเดียวในหนังนั้นยังมีความดีงามของมนุษย์ในช่วงค่ำการโหดร้ายอยู่เสมอ ซึ่งหนังทำออกมาได้ดีจริงๆ

6 หนังดีแห่งยุค 90! ดูกี่ครั้งก็ยังประทับใจ

ความอมตะของ หนังออนไลน์ 2020 ดีๆนี้เลยก็ คือ ความประทับใจ สนุก ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูกี่ครั้ง..หรือผ่านไปกี่ปียังดีเหมือนเดิม! นี่ละคะคือความอมตะของหนังดี วันนี้เลยอยากจะพาทุกคนมาย้อนรอยหนังออนไลน์หนังยุค 90 ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่น่าประทับใจและน่าหยิบมาดูเสมอ…
(1) Forrest Gump (1994)
เป็นภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมเรื่องนี้มักจะถูกหยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เป็นอีกเรื่องนึงที่เป็นตำนานภาพยนตร์ทรงคุณค่าของโลก หนังนั้นเป็นแนวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนดูที่มีแง่มุมให้คิดหลากหลายด้านในการใช้ชีวิต ตัวหนังนั้นได้ 13 รางวัลออสการ์ และกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 677.9 ล้านเหรียญอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่คุณไม่ควรจะพลาด
(2) Philadelphia (1992)
เป็นภาพยนตร์สุดดราม่าที่เข้มข้นโดยผู้กำกับโจนาธาน เด็มมี่ เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเจฟฟรีย์ โบเวอรส์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับทนายที่ถูกไล่ออกเพราะติดเชื้อ hiv จนมีคดีฟ้องร้องอันโด่งดังและฉาวตามมา นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วนักแสดงอย่างทอม แฮงค์ ในบทเกย์เป็นก็แสดงที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียว
(3) Father of the Bride (1991)
เป็นภาพยนตร์เบาสมองที่รีเมคมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิคของผู้กำกับ วินเซนต์ มิเนลลี่ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้นักวิจารณ์ต่างยกให้เป็นหนังที่ฟิวกู๊ด ที่ได้สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้อย่างลงตัวและอบอุ่นหัวใจ ประเด็นของเรื่องนี้จะเกี่ยวกับมุมมองความเป็นพ่อและแม่ที่มีต่อลูก เป็นหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย…เป็นหนังครอบครัวอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดู
(4) Cape Fear (1991)
เป็นหนังที่ได้ดัดแปลงจากนิยายของ จอห์น ดี. แม็คโดนัลด์ และหนังคลาสสิคปี 1962 เรื่องได้พูดถึงปัญหาครอบครัวที่ใกล้จะล่มเต็มที มีความร้ายกาจเจ้าเล่ห์เพทุบายที่อยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน เป็นภาพยนตร์ที่คมคายและจิกกัดได้เจ็บแสบมากๆ แต่ก็ยังสามารถให้แนวคิดและกระตุ้นจิตสำนึกให้คนดูได้เป็นอย่างดี
(5) Postcards from the Edge (1990)
นี่คือภาพยนตร์ตลกร้ายสุดคลาสสิก ที่ดัดแปลงจากนิยายของฟิชเชอร์ เป็นการหยิบช่วงหนึ่งของชีวิตเธอขึ้นมาเขียน ซึ่งหนังก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และผู้ชมในยุคนั้น บรรยากาศของหนังจะทำให้รู้สึก เศร้า ซึ้ง ตลก แสบ เป็นเรื่องที่ครบรสเป็นอย่างมาก สามารถดูได้เพลินๆ
(6) Clueless (1995)
เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Emma หลังจากออกฉายก็ทำเงินไปได้ทั้งหมด 56.6 ล้านเหรียญจากการสร้างแค่ 12 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ด้วยเสียงตอบรับที่ดีนักวิจารณ์ได้บอกว่าเป็นเรื่องที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นกระแสอยู่พักนึงเพราะเรื่องแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวของนางเอก ที่สร้างอิทธิพลต่อคนดูเป็นอย่างมากในยุคนั้น

6 แอพที่คนรักหนังออนไลน์ จะต้องมีติดไว้

ใครคอหนัง ดูหนังออนไลน์ บ้างเอ่ย?.. ใครที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรืออยากดูหนังแต่ไม่รู้จะดูทางไหนดี วันนี้ขอมาแนะนำแอปที่คอหนังทุกคนต้องมีในเครื่อง รับรองเลยค่ะว่าถูกกฎหมาย ที่สำคัญเป็น App ดาวน์โหลดได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีแอปอะไรบ้าง โกๆ!
Application ที่คอหนังทุกคนต้องมีติดเครื่อง
1. MONOMAX
เป็น Application ที่รวมทุกความบันเทิงที่สามารถดูได้กันทั้งครอบครัว อีกทั้งยังดูแบบไม่อั้นอยากดูเช้ายันเช้าอีกวันก็ยังได้เลย การใช้งานของแอปนั้นก็ง่ายมากๆซึ่งเขาจะมีการจัดหมวดประเภทหนังไว้กว่า 10 หมวด อยากจะดูแบบไหนหมวดไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจ ข้อดีของ แอปนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือสามารถดูแบบบรรยายไทยและพากย์ไทยได้ ใครที่ไม่ชอบอ่านก็สามารถเลือกเป็นพากย์ไทยได้เลย
2. Viu
ใครที่ชอบดูหนังเอเชียหรือดูซีรีย์ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไทย แม้แต่ละรายการทีวี แอปนี้น่าจะเหมาะกับคุณมาก อีกทั้งยังเป็นแอปที่ดาวน์โหลดได้ฟรีแต่จะมีบางรายการที่ดูไม่ฟรีนะคะ แนะนำว่าให้สมัครเป็นสมาชิก VIP ก็จะได้รับชมแบบตัวเต็ม การใช้งานของแอปนั้นจะมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่ให้เลือกเช่นซีรีย์เกาหลี ซีรีย์ญี่ปุ่น ซีรี่ย์ไทย ซีรีย์ฮ่องกง อะไรต่างๆเพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการรับชมนั่นเอง
3. TrueID TV
เป็นแอปที่ครบครันเรื่องความบันเทิงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูทีวีสด ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี ที่ครบเครื่องเก็บทุกอารมณ์ความบันเทิงไว้ที่นี่แบบระดับ HD สามารถโหลดใช้ฟรีทุกเครือข่าย ใครที่เป็นลูกค้าทรูอยู่แล้วก็ยิ่งใช้แอปนี้ได้สะดวกขึ้นไปอีก ถ้าหากดูผ่านมือถือไม่ใหญ่ ไม่ถูกใจก็สามารถส่งภาพไปโทรทัศน์ก็สามารถดูได้อย่างเต็มตาสะใจยิ่งขึ้น
5. LINE TV
เป็นแอปโดยที่ไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกเป็นรายปีหรือรายเดือน คุณจึงสามารถสนุกกับละครซีรีย์รายการบันเทิงต่างๆที่ทางแอปจัดสรรมาให้ อีกทั้งถ้าหากไม่ทันรายการอะไรก็สามารถดูแบบย้อนหลังได้ที่นี่อีกด้วย แล้วทีเด็ดกว่านั้นเลยก็คือแอปนี้จะมีรายการหรือหนังบางอย่างที่สามารถชมได้เฉพาะที่นี่ที่เดียว ไม่มีที่อื่นนะจ๊ะ
6. Netflix
เป็นแอปดูหนังยอดฮิตที่หลายๆคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก มีหนังมีซีรี่ย์ดีๆมากมายในแอปนี้ มีการจ่ายเป็นรายเดือนที่สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเท่าไหร่ เป็นแอปที่สามารถหารกันได้หลายคน สำหรับคนที่ชื่นชอบการดูหนังแอปนี้จะแบ่งเป็นแนวภาพยนตร์ออกเป็นหมวดหมู่ เช่น หนังตลก ดราม่าและอื่นๆ ซึ่งถ้าอยากจะดูเรื่องไหนไว้ดูทีหลังก็สามารถกดเพิ่มเข้าไปในการของฉันได้ อีกทั้งยังมีหนังเฉพาะที่ Netflix สร้างขึ้นมาอีกด้วย เป็นแอปที่ดูไม่ธรรมดาจริงๆ

5 ภาพยนตร์ ที่จะเปลี่ยนมุมมองชีวิตคุณ ไปตลอดกาล

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ หนังออนไลน์ 2020 ที่จะเปลี่ยนมุมมองชีวิตคุณไปตลอดกาล มันไม่ได้ดูแล้วสนุกตลกหรือประทับใจไปกับมัน แต่คุณจะได้รับแง่คิดที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี เรามาดูกันเลยว่าหนังออนไลน์เหล่านั้นมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ
( 1 ) The Pursuit of Happiness
เป็นเรื่องราวของเซลส์แมนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับงานขาย จนเขาต้องตกอยู่ในสภาพคนไร้บ้านในคราบเซลล์แมน แค่ลำพังตัวคนเดียวนั้นไม่เท่าไหร่แต่เขาจะต้องเลี้ยงลูกน้อยอีกหนึ่งชีวิตไปด้วย และเขาก็ได้เปลี่ยนความลำบากนี้ให้กลายเป็นแรงสู้ให้มีความพยายามที่จะประสบสำเร็จให้ได้ ชีวิตของเขาและลูกจะเป็นยังไงนั้นต้องไปดู
( 2 ) The King’s Speech
เป็นหนังดีที่เนื้อเรื่องว่าด้วยการเอาชนะตัวเองของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ซึ่งได้มีโรคประจำตัวคือการพูดติดอ่าง แต่จุดสำคัญที่วันหนึ่งพระเจ้าจอร์จที่ 6 ต้องพูดครั้งสำคัญที่สุดเพื่อปลุกระดมคนทั้งชาติ เพื่อให้คนทั้งชาตินั้นมีความหวังและมีพลังในการใช้ชีวิตอยู่ในช่วงสงคราม นั่นจึงทำให้พระองค์ต้องฝึกฝนทุกทางเพื่อเอาชนะโรคติดอ่างที่มีอยู่
( 3 ) 50/50
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพร่างกายของตัวเองมาตลอด แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องพบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งไขสันหลังและมีโอกาสรอดเพียงแค่ 50/50 เท่านั้น แต่การที่เขาจะท้อแท้กับชีวิต…กลับลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแบบคนปกติ ให้สนุกสนานกับเพื่อนใช้ชีวิตแบบไร้จำกัด เป็นการใช้ชีวิตแบบเต็มร้อยเต็มเหวี่ยง แต่กลายเป็นว่า…มีปาฏิหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เขามีชีวิตนานมากขึ้น
( 4 ) The secret life of walter mitty
เป็นหนังที่เกี่ยวกับชีวิตการทำงานของหนุ่มออฟฟิศคนนึง ที่วันๆ…ทำแต่งานอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไม่ออกไปไหน แล้วจู่ๆก็มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล เพราะเหตุการณ์นั้นมันเปิดโอกาสให้เขาได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ได้ไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้ไปสัมผัสสิ่งที่พนักงานออฟฟิศน้อยคนนักที่จะได้ไป
( 5 ) A Beautiful Mind
เป็นเรื่องราวของชายผู้มีความสามารถในเรื่องของการคำนวณ จนทำให้เค้านั้นได้เป็นนักวิชาการแล้วสอนคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นที่ยอมรับในความเป็นอัจฉริยะของเขา อ่านแล้วเพราะความอัจฉริยะและหมกมุ่นกับคณิตศาสตร์จนเกินไปจึงทำให้เขากลายเป็นคนที่ติดอยู่ในโลกจินตนาการ เขาล้มตัวลงและสร้างเพื่อนที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ จนบางอย่างที่สำคัญได้ดึงเขาออกมาจากโลกแล้วกลับมาอยู่ในโลกปัจจุบันอีกครั้ง มีชีวิตที่ปกติและกำลังใจจากครอบครัว

ข้อคิดจากหนังดัง แรงบรรดาลใจ เพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้น

มี หนังออนไลน์ 2020 หลายๆเรื่องที่มักจะให้ข้อคิดดีๆกับคนดูเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือละครในสมัยนี้ก็มักจะมีคำคนดีๆหรือข้อคิดดีๆ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ให้หันมามองตัวเองว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่? หนังที่เป็นแรงบันดาลใจส่วนมากนอกจากจะสนุกแล้วก็ยังสอดแทรกสาระต่างๆ ผู้กำกับนั้นมักจะแฝงบทเรียนชีวิตเอาไว้ไม่ใช่แค่คำคมลอยๆเท่านั้น เพราะหนังบางเรื่องช่วยปลุกบางอย่างในตัวคุณ หรือผลักดันบางสิ่งที่คุณไม่เคยทำมาก่อน…
ข้อคิดดีๆจากหนังดัง…ที่ช่วยเป็นแรงผลักดันให้กับคุณ
1. Forrest Gump
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
(คำแปล)
“ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะหยิบเจอรสอะไร”
เป็นข้อคิดที่พยายามจะใช้คำว่าช็อกโกแลตให้สื่อถึงอนาคต เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่รู้ว่าในอนาคตของเรานั้นจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นการทำวันนี้ให้ดีที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ เขาไม่ว่าอนาคตจะดีหรือร้ายก็จะต้องตั้งรับกับมันให้ได้
2. Mean Girls
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
(คำแปล)
“เรียกคนอื่นว่า อ้วน ไม่ได้ทำให้คุณผอมลง การเรียกคนอื่นว่า โง่ ก็ไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นเช่นกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็ไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น แต่ที่ควรทำ คือ จัดการปัญหาที่อยู่ตรงหน้าคุณต่างหาก”
เป็นข้อคิดที่สามารถใช้ได้กับทุกคนเพราะการให้เกียรติกับผู้อื่น มันก็เหมือนเป็นการให้เกียรติกับตัวเองอีกด้วย ได้ข้อคิดนี้ยังบอกอีกว่าอย่าหนีปัญหา ควรจัดการปัญหาหันหน้าสู้เข้าหามันเพื่อที่ปัญหาเหล่านั้นจะได้ไม่ลุกลามไปเป็นอย่างอื่น
3. Bourne Ultimatum
“Hope for the best but plan for the worst.”
(คำแปล)
“เมื่อทำงานก็ทำให้ดีที่สุด แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด”
เมื่อเราได้ทำงานแล้วแน่นอนว่าเราก็ต้องคาดหวังและทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมวางแผนสำรองไว้เสมอ เพราะในชีวิตนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้…
4. Tangled
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
(คำแปล)
“ลองก้าวออกมาจากโซนปลอดภัยสิ รางวัลมันคุ้มค่าแน่นอน”
ลองก้าวออกมาจากจุดที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัย ลองไปทำอะไรใหม่ๆบ้างเพื่อที่จะได้เจอคำตอบบางอย่างที่กำลังตามหา แค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรให้กับตัวเองหรือเรื่องดีๆ ผลลัพธ์ที่ได้เชื่อถือว่ามันจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน
5. Shrek
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
(คำแปล)
“สักพักหนึ่งล่ะ คุณจะเรียนรู้ที่จะมองข้ามสิ่งที่คนอื่นเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองเป็นแทน”
ให้มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองไม่ว่าใครจะพูดแบบไหน เพราะสิ่งเหล่านี้จะพาคุณไปสู่ความสุขและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

4 หนัง LGBT สุดฟิน!เพราะความรักนั้น…ไม่มีขอบเขต

วันนี้จะพามาแนะนำ ดูหนังออนไลน์ แนว LGBT บอกเลยว่าสนุกมากๆ หลายคนอาจจะงงอยู่ใช่ไหมคะ คำว่า LGBT คืออะไร? ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นความรักที่ไม่จำกัดขอบเขตว่าต้องเป็นเพศไหน ในคำย่อ LGBT นั้นเป็นการนำเอาตัวย่อของ 4 คำมาไว้ด้วยกัน
– L มาจาก Lesbian /ผู้หญิงที่ชื่นชอบผู้หญิงด้วยกัน
– J มาจาก Gay /ผู้ชายที่ชื่นชอบผู้ชาย
– B มาจาก bisexual /คนที่มีความชื่นชอบได้ทั้งสองเพศ
– T มาจาก Transgender /กลุ่มคนรักข้ามเพศ
วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังแนว LGBT ที่ดีมาก แล้วจะรู้เลยว่าความรักนั้นมีหลายรูปแบบ จะมีเรื่องไหนบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ
1. Happy Together (1997)
เป็นภาพยนตร์ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 1997 เรื่องนั้นได้ตีแผ่ชีวิตคู่ของคนสีม่วงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเจ็บปวด มีความรัก ความเจ็บปวด ความเหงา ความอ้างว้าง และโดดเดี่ยวอยู่ในเรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบทั้งหมดจากถูกถ่ายทำที่ประเทศอาร์เจนตินา เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะพลาดไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
2. Call me by your name (2017)
จากนิยายสู่ภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีมากๆ ก่อนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 4 สาขาด้วยกัน เนื้อเรื่องได้นำเสนอรูปแบบความรักที่ยังเน้นความสวยงามของโลเคชั่น แฟชั่น เครื่องแต่งกาย และศิลปะที่สวยงาม เลยกลายเป็นหนังรักที่ภาพสวยอีกเรื่อง ที่ก่อให้เกิดกระแสตามรอยภาพยนตร์จากแฟนๆทั่วโลกอีกด้วย
ในเรื่องราวนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศอิตาลี มีนักศึกษาชาวอเมริกันวัย 24 ได้เดินทางมายังอิตาลีเพื่อศึกษาดูงานให้กับพ่อ ได้เจอกับเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่กลายเป็นรักครั้งแรกไม่สมหวัง ความรักของพวกเขานั้นจะเป็นยังไงจะต้องไปดู
3. มะลิลา / The Farewell Flowers (2017)
ภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติกดราม่าที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื้อเรื่องนั้นได้บอกถึงความอาลัยแก่คนรักที่จากไป น้อยเจ้าของสวนมะลิที่มีอดีตแสนเจ็บปวด เป็นการนำคนสองคนที่เป็นบุรุษมาเจอกัน หนังสอนให้รู้จักคำว่าปลงปล่อยวาง โดยใช้บายศรีเป็นการบอกเล่าเนื้อเรื่องอีกด้วย
4. Love Simon (2018)
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มม.ปลายวัย 17 ปีที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ภายนอกก็ดูเป็นเด็กที่มีชีวิตที่ Project คนหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วเขาก็รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นเกย์และกำลังประสบปัญหาในเรื่องของการเปิดเผยตัวเอง เขาก็เลยได้สร้างอีเมล์เพื่อจะใช้เป็นนามแฝงและประกาศตัวเองในนั้นว่าเป็นเกย์ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักสุดสำเร็จที่มีความพิเศษอยู่ที่การเล่าเรื่อง และบริบทของสังคมครอบครัวและการยอมรับตัวเองและผู้อื่น

5 หนังอนิเมชั่นที่ต้องดู ที่วัยไหนก็ดูได้

หนังออนไลน์ 2020 อนิเมชั่นที่เป็นการ์ตูนเคลื่อนไหว…เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบดูเป็นอย่างมาก สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย หนังอนิเมชั่นนั้นนอกจากจะมีความสนุกความอบอุ่นปนเศร้าแล้วก็ยังแฝงไปด้วยสาระสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำ5 เรื่องที่ต้องดูบอกเลยว่าวัยไหนก็ดูได้
1. My Neighbour Totoro
อนิเมะเรื่องนี้ทำให้ตัวละคร “โทโทโระ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอจิบลิ ที่เป็นไข้การ์ตูนชื่อดังทำออกมากี่เรื่องก็กวาดได้ทุกเรื่อง เรื่องราวนั้นได้เริ่มต้นขึ้นที่เด็กผู้หญิง 2 คนที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ นั่นก็เพื่อที่จะให้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอนอนรักษาตัวอยู่ เด็กทั้งสองคนนั้นก็ได้ค้นพบว่าในป่ามีโทโทโระที่เป็นสัตว์วิเศษ ที่เป็น ผู้พิทักษ์ป่า เด็กทั้งสองก็ได้เป็นเพื่อนกับโทโมะ แล้วเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายก็เกิดขึ้น
2. Toy Story 1-4
เด็กทุกคนย่อมจะมีของเล่นชิ้นโปรดเป็นของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้นก็มักจะหลงลืมทิ้งขว้างกับของเล่นพวกนั้น อนิเมะเรื่องนี้จะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าของเล่นนั้นมีชีวิตขึ้นมาจะเป็นยังไง ถ้าเล่นแรงเขาจะเจ็บไหมหรือคุณลืมพวกเขาไปแล้วหรือยัง เป็นหนังอนิเมะที่ดีมากๆไม่ว่าจะเป็นภาพเนื้อเรื่องที่ทำมาได้ประทับใจ ใครที่ดูเรื่องนี้ในตอนเด็กก็ลองหามาดูในตอนโตดูนะ
3. Princess Mononoke
เป็นอนิเมะแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ เนื้อเรื่องกล่าวถึงอะชิตะซึ่งเป็นคนภายนอกเขาได้มาเกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนโลหะนคร หนังเรื่องนี้ไม่ได้แบ่งให้เห็นว่าฝ่ายดีฝ่ายชั่วแบบชัดเจน แต่ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลกที่ไม่มีชัยชนะของใคร แต่ได้บอกว่าความสัมพันธ์มนุษย์ธรรมชาติเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน
4. Wall-E
เรื่องนี้เล่าถึงโลกที่ไม่มีมนุษย์แล้ว…แต่เต็มไปด้วยขยะโดยที่มีหุ่นยนต์เก็บขยะที่ชื่อว่า Wall-E ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จนกระทั่งได้พบกับ Eve ที่มายังโลกเพื่อทำการค้นหาต้นไม้ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักกัน เรื่องนั้นจะบอกว่าให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของบ้านเกิดเมืองนอน ควรจะสู้ควรจะปกป้องบ้านเกิดไม่ใช่ว่าทิ้งขว้างกันไป เป็นอนิเมะที่ปลุกจิตสำนึกออกมาได้ดีมากๆ
5. Up
หนังได้เล่าเรื่องถึงชายแก่ที่ภรรยาเป็นที่รักได้ทิ้งความฝันเอาไว้….ว่าต้องการจะมีบ้านอยู่ที่น้ำตกสวรรค์ คุณปู่ก็ได้เดินทางเพื่อทำความฝันของภรรยาให้เป็นจริง เป็นอนิเมะที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายทั้ง สนุกสนาน ซาบซึ้ง สะเทือนใจ เมื่อคุณดูแล้วจะรู้สึกรักคนที่อยู่ข้างกายกันมากขึ้น

6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020

ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ!
หนังดีที่ต้องบอกต่อ!
1. Raw (2017)
เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด
2. Jojo Rabbit (2019)
ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
3. Secret Zoo (2020)
เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู
4. The Florida Project (2017)
ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา ภาพสวยมากโทนสีต่างๆก็สดใส…ดูๆแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังที่จะต้องอบอุ่นหัวใจหรือสนุกอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ซึ่งครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับเด็กที่เป็นผ้าขาวเหล่านั้น
5. Truth or Dare (2018)
เป็นหนังที่มีความพีคในพีคอีกที หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงแต่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของเกม แล้วการเล่นเกมกันในระหว่างเพื่อนจึงจะทำให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนผ่านคำถามทั้งหลายและบทลงโทษ เป็นหนังสยองขวัญระทึกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ออกมาดีมากๆ อีกทั้งยังมีเรื่องที่น่าสนใจ แต่ละฉากนั้นบอกเลยว่าทำออกมาได้เสียวสันหลังถึงแม้ว่าไม่ได้เลือดสาดอะไรมากมาย

ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล
การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ”
– ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle
– เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม
– ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่
– จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle
– แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า
– ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง
หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว